  ตลอดระยะเวลา 4-5 ปีของการอยู่เป็นรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณไม่ได้บริหารประเทศ แต่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ทางราชการ เวลาราชการ เครื่องอำนวยความสะดวกของทางการ ค่าใช้จ่ายของราชการ ไปเพื่อธุรกิจส่วนตน ไม่รับผิดชอบ ไม่ห่วงใย กับสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย การบริหารประเทศ ใช้เพียงวาจา และการแสดงละคร “ผ่านสื่อ” เป็นเคราะห์กรรมประเทศไทยที่ไม่เคยพบมาก่อน แม้บางคนไม่ชอบทักษิณ ก็ยังบอกว่าทักษิณมีฝีมือในการบริหารประเทศ เขาไม่มีข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจมากกว่า จากข้อมูลที่นำเสนอช่วงต้น นำเสนอให้ทราบว่า สิ่งที่เป็นบวกทางเศรษฐกิจ ไม่ได้เกิดจากความสามารถการบริหารงานของทักษิณ แต่เป็นไปตามกลไกความผิดปกติจากระบบเศรษฐกิจของอเมริกา ทักษิณเป็นเพียงใช้สื่อแอบอ้างว่าเป็นฝีมือตน เป็นการมุสา เป็นมิจฉาวาจา ทักษิณไม่ได้มีฝีมือในการบริหารประเทศแต่อย่างใด รายการนายกพบประชาชนทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุทุกเช้าวันเสาร์ คนฟังทั่วประเทศ มีมุสาเป็นส่วนประกอบ คนส่วนหนึ่งมีข้อมูล มีความรู้ มีความเข้าใจ ไม่เชื่อ ทำให้เพิ่มความชิงชัง แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูล ไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ จึงหลงไหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ปาฐกถา รวมทั้ง Work shop (ประชุมเชิงปฏิบัติการ) ก็เบี่ยงเบน ให้หลงเชื่อ และหลงผิดในทิศทาง ไม่ว่า มงฟอร์ดโมเดล หรือ อาจสามารถโมเดล เป็นเพียงละครลวงตา ในช่วงทักษิณ บริหารประเทศ ประเทศไทยไม่เคยสงบสุขแม้สัปดาห์เดียว การพูดวันเสาร์ 1 ครั้ง หรือการปาฐกถาแต่ละครั้ง ทำให้สังคมเกิดวิวาทะต่อเนื่องติดต่อกัน 2-3 วัน 1 ปีมี 52 เสาร์ ทำให้เกิดวิวาทะ 52 – 104 วัน ประเทศไทยไม่ต้องทำอะไรแล้ว เสียเวลากับอวิชชาจากทักษิณ ตลอด 4-5 ปี และแม้ทักษิณไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศโดยตรง ยังมีตัวแทนบริหารประเทศ ยังคงสร้างความสับสนวุ่นวายให้สงคมไทย ไม่รู้จบ แม้เขาไม่อยู่ในตำแหน่ง คนไทยกับประเทศก็ยัง “เสียเวลา“ กับคำพูด การแสดงออก และการกระทำของเขาทุกวัน ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นก็จริง แต่การแปรรูปสาธารณูปโภคด้านพลังงานเข้าตลาดหุ้น ทำให้มีการเอากำไรหน้าปั๊มสูงเกินจริง ผู้บริหารรับเงินเดือนและโบนัสกันอย่างมีความสุข เฉพาะโบนัสและเบี้ยประชุมตกคนละ 3 ล้านบาท รวมเงินเดือนด้วย ตกคนละ 10 – 15 ล้านบาทต่อปี แต่ชาวบ้านเดือดร้อนจากราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นกันทั่วประเทศ ราคาปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช สูงขึ้นจนหนาว ต้นทุนความเป็นอยู่สูงขึ้น ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าการเดินทางสูงขึ้นอย่างเด่นชัด ค่ารถเมล์ในกรุงเทพเพิ่มจาก 3.50 บาท เป็น 7-8 บาทในรัฐบาลทักษิณ หลงไหลคำลวง จนลืมความเดือดร้อน ส่วนตน ประเทศไทยหวังพึ่งใครได้ยาก รวมทั้ง “นักวิชาการ” และ “สื่อมวลชน” ขาดข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ มักง่าย ต่างหลงไหลในวาจาทักษิณ นอกจากไม่ช่วยป้องกันทักษิณทำร้ายประเทศไทย และคนไทยแล้ว ยังเชื่อและเห็นดีเห็นงามกับทักษิณ แท้จริง ความแตกแยกของคนในชาติ เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคทักษิณบริหารประเทศแล้ว แม้หลังการถูกไล่ลงจากอำนาจแล้ว ก็ยังก่อกวน ปั่นป่วน ให้เกิดการแตกแยกเหมือนเดิม หรือแตกแยกมากกว่าเดิม คำว่าปฏิวัติ ถูกทักษิณใช้วิธีการทางตลาด โฆษณาผ่านสื่อ สร้างเป็นกระแส ว่าทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่น ดูข้อมูลตามที่นำเสนอข้างต้น จะเห็นว่าไม่ได้เป็นจริงอย่างที่ทักษิณกล่าวหาแต่อย่างใด ค่าเงินบาท ตลาดหุ้น ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ ในรัฐบาลพล อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สูงกว่าในรัฐบาลทักษิณอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวได้ว่าต่างชาติมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลสุรยุท์มากกว่ารัฐบาลทักษิณ เรื่องการปฏิวัติ จึงทำให้ผู้คนตำหนิคนทำการปฏิวัติ(ปลายเหตุ) ทำให้คนมองข้ามคนที่เป็น "ต้นเหตุ" ของการปฏิวัติ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร คือคนต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปฏิวัต เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และหากจะเกิดการปฏิวัติครั้งต่อไปอีก คนต้นเหตุให้เกิดการปฏิวัติ ก็จะไม่ใช่ใครที่ไหน ก็จะเป็น พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร คนเดิมเท่านั้น คนที่เป็นต้นเหตุปฏิวัติต่างหาก สมควรถูกประนาม รัฐบาลที่มาการปฏิวัติล้มเหลว เพราะไม่ทราบว่าปัญหาของประเทศอยู่ที่ไหนและอย่างไร รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ทราบว่าปัญหาของประเทศอยู่ที่ตรงไหน อย่างไรเช่นกัน ดูแล้วไม่แตกต่างกัน มาแบบไหนก็เหมือนกัน ต่างนำความล้มเหลวมาสู่ประเทศชาติเช่นเดียวกัน การแก้ปัญหาของชาติ ไม่ใช่เรื่องง่าย "คู่มือปฏิวัติ คู่มือประเทศไทยใหม่" จะช่วยได้ http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/11/27/entry-2 เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูล ไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ คนที่กล้ามุสา ไม่มีความละอายแก่ใจ ไม่มีความเกรงกลัวต่อบาป ทำให้คนหลงเชื่อในทางที่ผิด เป็นคนไม่มีจริยธรรมและคุณธรรม กลยุทธในการใช้วาจาบริหารประเทศผ่านสื่อเป็นเรื่องอันตราย ก่อนการมาของรัฐบาลทักษิณ ประเทศไทยก็เสียหายมากอยู่แล้ว ทักษิณไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น แต่ซ้ำเติมให้ประเทศไทยเสื่อมทรุดลงตลอดเวลา ผลงานความเลวร้ายการบริหารประเทศของทักษิณ จะปรากฎให้เห็นหลังปี 2550 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดเข้ามาบริหารประเทศก็ตาม เพ้อเจ้อ ว่าแก้ปัญหาความยากจนได้ แสดงความห่วงใยคนยากคนจน บริหารประเทศ “ไม่เป็นสับปะรด” "ประเทศไทยยุคทักษิณเจริญเพียงวาจา" นายกทักษิณ ไม่ได้ทำความเจริญอะไรให้ประเทศไทย จึงไม่มีสิทธิที่จะมาตำหนิคนอื่น หรือโยนความผิดให้คนอื่น แต่ทักษิณตำหนิคนอื่น และโยนความผิดให้คนอื่นประจำ เช่น “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" บอกว่าจะเปิดเผย “รายชื่อคนที่คิดล้มล้างเขา” ทำให้คนพลอยหลงผิดไปตามเขาด้วย ทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หากจะมีใครคิดล้มล้างเขา ก็ไม่แปลก ไม่เห็นว่าเป็นความผิด เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องถูกต้อง เป็นเรื่องควรทำอย่างยิ่ง ก็เขา ไม่ได้ดีจริง ไม่ได้เก่งจริงแต่อย่างใด ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! @@@ ภาพจาก .../stockindices และ internet @@@ ………………………………………………… บทความที่เกี่ยวข้อง 1) มิจฉาวาจาจากการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/26/entry-2 2) มิจฉาทิฏฐิจากการสูงขึ้นของราคายาง http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/27/entry-1 เหตุความหลงใหลในตัวนายกรัฐมนตรี http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/05/29/entry-1 โฟนอิน และไม่เคยทำไทยเจริญ (ข้อมูลปี 2544) http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/11/04/entry-1 รัฐวิสาหกิจในตลาดหุ้น ราคาเละตุ้มเป๊ะ หลายตัวมี new low http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2008/11/27/entry-1 ทำไมทักษิณไม่ยอมแพ้ ? (อายัดทรัพย์) http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/11/21/entry-1 ส.ส.ไทย ไม่ใช่เทวดา http://www.oknation.net/blog/Kati1789/2008/11/30/entry-1 ที่มา : http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/12/01/entry-1 |